ต้นไม้ใหญ่ทิ้งใบ #วันรายงานตัว
posted on 21 May 2008 20:59 by deciduousวันรายงานตัว
บริเวณโรงเรียนป่าไม้เดิมเป็นที่ทำการของบริษัทอีสต์เอเชียติก ผู้รับสัมปทานป่าไม้รายใหญ่ของเมืองแพร่สมัยมีเจ้าครองนคร เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนระบบเจ้าผู้ครองนครถูกยกเลิก อาณาจักรสยามเปลี่ยนเป็นประเทศไทย อีสต์เอเชียติกจำเป็นต้องถอยออกไป เหลือไว้แต่อาคารบ้านเรือนหน้าตาโบราณอายุร่วมร้อยปี รุ่นราวคราวเดียวกับต้นไม้ขนาดยักษ์ที่ขึ้นอยู่ใกล้กัน แต่ละต้นสูงแหงนคอตั้งบ่าอวดกิ่งก้านสยายเรือนยอดปกคลุมพื้นที่มืดครึ้มไปทั่วทั้งบริเวณ ใครเดินเข้ามาในเขตโรงเรียนป่าไม้คงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในเรื่องสี่แผ่นดิน
รุ่งขึ้นวันใหม่ ผมรีบไปรายงานตัวที่ออฟฟิศซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแค่ถัดไปจากหอที่ผมพักนี่เอง เมื่อวานมัวแต่จัดข้าวของจึงไม่ได้สังเกต “ออฟฟิศ” หรือที่ทำการของโรงเรียนป่าไม้ เป็นเรือนไม้สัก 2 ชั้น ทรงล้านนาผสมยุโรป หลังคาสูง ชั้นล่างเป็นปูน ผนังอิฐเปลือยกั้นแบ่งห้องเป็นที่ทำงานด้านธุรการและห้องผู้อำนวยการโรงเรียน ชั้นบนมีมุขยื่นออกมารับบันไดไม้ขนาดมหึมาที่พาดขึ้นไปจากพื้นดินตรงถึงหน้ามุขเลยทีเดียว เสา พื้น ฝา เพดาน เครื่องบน...สร้างจากไม้สักทั้งสิ้น มีหน้าต่างลูกฟักบานยาวติดอยู่รอบทิศ บนนี้ใช้เป็นที่เก็บของโบราณจำพวกหนังสือ เอกสาร แผนที่ รูปภาพ เขาสัตว์ งาช้าง ฯลฯ
ช่วงที่นักศึกษาใหม่มารายงานตัวนี้ รุ่นพี่ปีสองอยู่ระหว่างฝึกงานป่าที่เชียงใหม่ เลยไม่มีใครมาตั้งเต็นท์แสดงความยินดี หรือรอรับน้องใหม่ไปร่วมทำกิจกรรมร้องรำทำเพลงตามที่เห็นเจนตาในมหาวิทยาลัย ประกอบกับบรรยากาศยุคสี่แผ่นดิน พลอยทำให้ทุกสรรพสิ่งช่างเงียบเชียบวังเวงเหมือนไม่ใช่โรงเรียน ไม่มีเสียงป่าวประกาศ ไม่มีเสียงเพลง แม้ออฟฟิศสถานที่รายงานตัวซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่หลายคนเองก็เถอะ ถ้าให้มาเดินผ่านคนเดียวตอนกลางคืน…ผมคนหนึ่งล่ะที่ขอโบกมือลา
การรายงานตัวไม่ได้ยุ่งยากอะไร เป็นขั้นตอนด้านเอกสาร กรอกข้อมูลเซ็นสัญญาแป๊บเดียวก็เสร็จ แล้วรับเอกสารปึกใหญ่ไปอ่าน เป็นพวกระเบียบข้อปฏิบัติ หลักสูตรการศึกษา ตารางเรียน อะไรทำนองนี้ แต่ผมยังไม่อ่านหรอกครับ ตั้งใจจะหาพี่เป็ดให้เจอก่อน ทราบจากแม่ของพี่เป็ดว่าแกมาแพร่ก่อนหน้าผมแล้วหลายวัน โดยขึ้นรถทัวร์ตรงมาจากกรุงเทพฯ ขณะเดินมองหาอยู่แถวหน้าออฟฟิศก็รู้สึกว่ามีคนเข้ามาข้างหลัง ได้ยินเสียงดังป้าบพร้อมกับไหล่เอียงวูบ
“ไงป้อม มองหาใครเหรอ”
พี่เป็ดนั่นเอง ผมยกมือไหว้ทำเอาพี่เป็ดตาเหลือกยกมือรับไหว้แทบไม่ทัน
“เฮ้ย ไม่ต้องไหว้” พี่เป็ดรีบบอก
“น้องไหว้ไม่ดีเหรอ” ผมเข้าใจว่าพี่เป็ดเขินเพราะอายุเราห่างกันแค่ปีเดียว
“ได้ไง ตอนนี้เราอยู่รุ่นเดียวกันแล้ว” พี่เป็ดรีบอธิบายเมื่อเห็นเครื่องหมายคำถามผุดอยู่บนใบหน้าของผม
“อีกอย่าง ไม่ต้องเรียกว่าพี่ก็ได้นะ”
เอ๋! มาแนวแปลก ก่อนนี้ตอน ม.4 พี่เป็ดอยู่ ม.5 ที่โรงเรียนมีการรับน้องใหม่ ก็รุ่นพี่เป็ดนี่แหละที่คอยว้ากรุ่นผมให้รู้จัก Seniority มาตอนนี้จะให้เลิกนับถือกันเสียนี่ อารมณ์ไหนอีกล่ะ