ต้นไม้ใหญ่ทิ้งใบ #มาก่อนมาหลัง
posted on 22 May 2008 20:54 by deciduousมาก่อนมาหลัง
เกณฑ์การรับบุคคลเข้าเรียนโรงเรียนป่าไม้ กรมป่าไม้กำหนดช่วงอายุไว้กว้างมาก คือ ระหว่าง 18 - 30 ปี ในรุ่นที่ผมไปเรียนนั้นก็มีคุณสมบัติตรงตามนี้พอดี คือ มีตั้งแต่เด็กอายุเพิ่งแตะ 18 ปีวันชนวันไปจนถึง 30 ปีชนเพดาน อย่างนี้ก็ม่วนแต๊ม่วนว่า เกินกว่าครึ่งรุ่นเป็นผู้มีประสบการณ์ผ่านมาแล้วหลายสถาบัน ยกตัวอย่างใกล้ตัวก็พี่เป็ดนี่ไง มาจากนิติศาสตร์รามคำแหงด้วยผลการเรียนเยี่ยมยอดระดับเรียนฟรีรามคำแหงยกเว้นค่าหน่วยกิต บางคนมาจากพยาบาลเพราะอยากเป็นชายให้สมชาย บางคนทิ้งมหาวิทยาลัยมากลางคันเนื่องจากไม่แน่ใจว่าเรียนจบแล้วจะมีงานทำ บางคนเป็นทหาร เป็นครู ยิ่งกว่านั้นหลายคนจบปริญญาแล้วแต่ยังหางานทำไม่ได้ จึงลงทุนมาเรียนป่าไม้อีก 2 ปีเพื่อให้ได้งานราชการ และก็มีอยู่ไม่น้อยที่เป็นคุณชายหรือลูกชายคนสุดท้องหัวแก้วหัวแหวนของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านนี้เมืองนี้ ตามใจกันจนได้เรื่องจึงส่งตัวมาดัดนิสัยที่โรงเรียนป่าไม้ ซึ่งไม่แน่ใจนักว่าส่งมาดัดนิสัยหรือมาเพิ่มพูนวิทยายุทธ์กันแน่ แต่สุดยอดของยอดสุดคือ พ่อค้าไม้เถื่อนก็ส่งลูกชายมาเรียนด้วย แฮ่!
เมื่ออายุต่างกันมากหนำซ้ำภูมิหลังยังซับซ้อน ปัญหาเลยมากเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ คนที่อายุมากมักถือตนอ้างประสบการณ์ผ่านโลกมาก่อน ขณะที่ผู้อ่อนวัยก็ว่าข้าแน่ สอบเข้ามาได้ตามเกณฑ์ไม่ตกค้างปีคอยสอบซ้ำแล้วซ้ำอีกจึงไม่จำเป็นต้องเกรงใจหัวหงอกหัวดำ ส่วนลูกชายคนใหญ่คนโตก็เที่ยวถามใครต่อใครว่ารู้มั๊ยกูเป็นใคร
ผมค่อนข้างมั่นใจว่าสถาบันอุดมศึกษาเกือบทุกแห่งมีปัญหาเช่นเดียวกันนี้มากน้อยแตกต่างกันไป และก็มีวิธีการของตนเองที่จะละลายพฤติกรรมของผู้มาใหม่ให้สามารถอยู่ร่วมกันได้กับเพื่อนกับพี่กับน้อง และรู้จักกฎกติกามารยาทของสังคมนั้นๆ บ้างพอสมควร บางแห่งใช้วิธีนุ่มนวลเรียกความซึ้งเศร้าจนน้ำตาไหล บางแห่งพาไปบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคม ให้อิ่มเอิบเบิกบานใจกันถ้วนหน้าทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องครูบาอาจารย์ แต่ก็มีหลายแห่งที่เลือกใช้ไม้แข็งจนรุ่นน้องขี้หักใน ปีไหนไม่มีข่าวลงหนังสือพิมพ์รู้สึกว่ารุ่นปีนั้นทำให้เสื่อมเสียเกียรติประวัติสถาบัน แต่โรงเรียนป่าไม้เป็นสถาบันของชายกับชาย…เอ้อ…ลูกผู้ชาย เลือกที่จะสอนให้น้องใหม่ทั้งหัวหงอกหัวดำขาใหญ่ขาเล็กอยู่ร่วมกันได้เหมือนไก่อยู่ในเข่งเทศกาลตรุษจีนด้วยคำว่า “แน่จริง มึง…มาก่อนกู”
ธรรมเนียมของโรงเรียนป่าไม้ยึดถือระบบอาวุโส…นับรุ่น ใครมาเรียนก่อนนับเป็นรุ่นพี่ คนมาทีหลังนับเป็นรุ่นน้อง ไม่สนใจอดีตใครจะเป็นเพื่อนใครพี่ใคร หรือหัวหงอกอายุมากกว่าก็ไม่สำคัญ ถ้ามาเรียนที่หลังต้องเป็นรุ่นน้องประการเดียวและเป็นรุ่นน้องตลอดไปแม้เรียนจบไปทำงานทำการแล้วก็ตาม ส่วนภายในรุ่นเดียวกันทุกคนเป็นเพื่อนกัน ความแตกต่างเรื่องอายุไม่ใช่เรื่องสำคัญ มึง-กู คือสรรพนามแทนตัว จึงเป็นที่เข้าใจได้ว่าทำไมพี่เป็ดไม่ให้ผมเรียกเป็นพี่
พี่เป็ดถูกนำเข้าสู่กระบวนการละลายพฤติกรรมก่อนผม ต้องก้มหน้าฟังคำเสนียดหู “แน่จริงมึงมาก่อนกู” ซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างช้ำใจ…เพราะ…รุ่นพี่ปีสองที่เป็นพี่จังหวัดนั้นเป็นเพื่อน ม.6 ห้องเดียวกันมาก่อน และที่พี่เป็ดมาแพร่ก่อนหลายวันเข้าใจว่าเพื่อนเร่งให้มา ซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าเพื่อนคงวางแผนกุมตัวเพื่อนไปสัมมนาโดยมิชักช้า ไปทำความเข้าใจระบบก่อนว่าใครเป็นรุ่นพี่ใครเป็นรุ่นน้อง ก่อนที่จะซุ่มซ่ามเรียกกันผิดๆ ถูกๆ พลอยเสียหน้าพี่จังหวัดโดนรุ่นเดียวกันตำหนิว่าไม่สั่งสอนรุ่นน้อง
จากนั้น พี่เป็ดก็นับผมเป็นเพื่อน (จำเป็น) แต่ก็เฉพาะในโรงเรียนป่าไม้หรือต่อหน้ารุ่นพี่เท่านั้น ถ้าคุยกันเฉพาะเราสองคนก็เรียกเป็นพี่อย่างเดิม แต่นานเข้าผมชักติดปากเรียกชื่อเฉยๆ ทั้งในและนอกวงการ บางทีกลับบ้านเผลอเรียกชื่อ “เป็ด” เพียวๆ ทำเอาไอ้แว่นกับไอ้เม้งมองเขม่นหาว่าผมข้ามรุ่น โธ่ พวกมึงไม่รู้อะไร…เรารุ่นเดียวกันว้อย