ประตูหน้า (ตา)

หอพักของโรงเรียนป่าไม้นอกจากหอบุนนาคที่เคยเล่าถึงแล้ว ยังมีหอพักอื่นอีก 3 หอ ทั้งหมดมีชื่อเรียกตามชื่อต้นไม้ที่ขึ้นอยู่หน้าหอทั้งสิ้น ราชพฤกษ์ ศรีตรัง และอโศก แต่ไม่นิยมใช้เรียก นักศึกษาส่วนใหญ่เรียกกันง่ายๆ เป็นหมายเลข โดยหอ 1 คือ ราชพฤกษ์ หอ 2 บุนนาค หอ 3 ศรีตรัง และหอ 4 อโศก สังเกตต้นไม้เหล่านี้ทุกชนิดเว้นบุนนาคเป็นพวกให้ดอกไสวสีสันสะท้านทรวงทั้งนั้น อโศกเหลืองแดงธรรมศาสตร์ ราชพฤกษ์เหลืองธรรมกาย ศรีตรังม่วงสาธิตเกษตรฯ โชคดีเป็นบ้าที่ไม่มีต้นทองกวาวออกดอกแดงแจ้ดอยู่หน้าหอ ไม่เช่นนั้นหอใดหอหนึ่งต้องได้ชื่อเป็นหอ “ดอกทอง” แน่นอน…มั่นใจ

แต่ที่เบาใจยิ่งกว่าคือหอ 2 ที่ผมซุกหัวนอน ไม่ได้ตั้งชื่อตามพืชชนิดหนึ่งที่ขึ้นเกลื่อนสวนหย่อมข้างหน้า ผมนึกภาพไม่ออกว่าแฟนผมจะทำหน้ายังไงเมื่อผมบอกเธอว่าพักอยู่หอ “โด่ไม่รู้ล้ม”

อาณาบริเวณโรงเรียนป่าไม้ สถานอันเป็นที่พำนักแห่งใหม่ของผมต่อไปในอีก 2 ปีข้างหน้า มีแผนผังไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเท่าใดนักเมื่อผมหมุนปกสมุด…เอ้อ แผนที่ให้ตรงทิศเหนือแม่เหล็ก

ประตูรั้วที่ผมเข้าใจว่าเป็นประตูหน้า โดยมีป้ายคอนกรีตติดชื่อโรงเรียนเป็นหลักฐาน เปิดออกรับกับถนน “พระร่วง” ที่ตรงดิ่งมาจากย่านตลาดในเมืองที่ผมใช้เป็นเส้นทางผ่านเข้ามาเมื่อวาน ปรากฏว่าไม่ใช่ประตูหน้าครับ ตามแผนผังด้านหน้าของโรงเรียนจะอยู่ “ถนนคุ้มเดิม” ทางไปคุ้มเจ้าหลวงผู้ครองนครแพร่ในสมัยก่อน (ต่อมาคุ้มเจ้าหลวงกลายเป็นจวนผู้ว่าราชการจังหวัดและต่อมาของต่อมาได้ยินว่าเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์) โดยข้างหน้าสุดเป็นสนามฟุตบอลวางตัวยาวขนานไปกับแนวถนน มีประตูเปิดออกถนนคุ้มเดิมอยู่ปลายสนามหัวท้าย ประตูทั้งสองตอนนี้ปิดครับ!! คล้องโซ่ลั่นกุญแจแน่นหนาเลยล่ะ คงเลิกใช้มานานกาเล เห็นมีหญ้าขึ้นรกเหมาะเป็นที่อยู่ของงูหรือไม่ก็เหล่าตะเข็บตะขาบและแมงงอด

เอาเป็นว่าประตูที่สร้างไว้ด้านหน้าไม่ได้ใช้ กลับไปใช้ประตูข้างแทน คงเป็นเพราะพัฒนาการตามยุคสมัยนั่นแหละ คนสมัยก่อนคงมีธุระไปคุ้มเจ้าหลวงบ่อยประตูจึงต้องอยู่ทางนั้น มาถึงยุคผมธุระไปตลาดมีมากกว่าเลยเปลี่ยนมาใช้ประตูด้านนี้แทน แล้วแปลงให้เป็นประตูหน้าอย่างถาวรเลยตามเลยสไตล์ไทยแลนด์

ความสะดวกสบายคงเป็นเหตุผลอย่างหนึ่งที่ทำให้มีการปรับเปลี่ยนประตูหน้า แต่เมื่อผมอยู่โรงเรียนป่าไม้นานเข้า ได้สังเกตเห็นพฤติกรรมของบรรดาหนุ่มนักศึกษาป่าไม้ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องผองเพื่อนรวมพฤติกรรมตัวผมเองด้วย จึงเข้าใจแจ่มแจ้งถึงเหตุผลที่สำคัญยิ่งกว่า

หอพัก 1 ราชพฤกษ์ เป็นหอพักอยู่ใกล้ประตูด้านถนนคุ้มเดิมมากที่สุดชนิดชายคาเกยไหล่ทาง และการที่หอ 1 ตั้งอยู่ตรงนี้ ผมฟันธงว่าต้องเป็นสาเหตุหลักทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้ประตูด้านถนนพระร่วง

ทำไม?!

เอาแผนผังมากางดู (อีกครั้ง) จะเห็นหอ 1 ตั้งอยู่ติดและขนานไปกับรั้วด้านถนนซอยที่ไปเชื่อมถนนคุ้มเดิม ทำให้ไม่มีที่พอที่จะสร้างห้องน้ำไว้มิดชิดหลังหอ จึงต้องขยับไปสร้างไว้ข้างหอใกล้กับประตูถนนคุ้มเดิม หน้าตาหอ 1 ก็คล้ายๆ กับหอ 2 บุนนาคที่เคยเล่าให้ฟังนั่นแหละ เพียงแต่ชั้นล่างไม่มีระเบียงหน้าห้อง แต่เป็นฟุตปาธเดินสะดวกเข้าออกสบายชนิดก้าวจากห้องก็เหยียบขอบถนน

ความที่มีแต่เดือย...เอ้ย ผู้ชาย เวลาจะไปอาบน้ำไม่เห็นต้องวุ่นวายอะไรกันมาก แค่แก้ผ้าออกเหลือแต่กางเกงใน คว้าขันอาบน้ำได้ก็เดินโทงๆ ผ่านหน้าหอไปเท่านั้นเอง!

พอถึงห้องน้ำ (อาบรวมเหมือนหอ 2 ) ก็แก้ผ้าอาบน้ำสำราญใจได้เลย ประตูห้องไม่ต้องปิดกันละ มีแต่ผู้ชายอายใคร….จะควักจะล้วงอะไรมาล้างก็เชิญตามสะดวก ยิ่งคนที่นุ่งแต่ผ้าขาวม้า…เพื่อนเล่นกระตุกผ้าออกตั้งแต่หน้าห้องเลยด้วยซ้ำ!!

รุ่นผมประพฤติปฏิบัติกันแบบนี้ล่ะครับ ง่ายๆ ไม่มากเรื่อง ผมคิดว่านักศึกษาป่าไม้หลายต่อหลายรุ่นที่ผ่านมาคงไม่ต่างไปจากนี้เท่าไหร่….ก็มันสะดวกดีไร้สตรีคอยรังควาญ อิอิ

ยังไม่พอแค่นี้นะครับ ถัดจากห้องน้ำออกไปอีกนิดก็เป็นลานตากผ้า ลานกลางแจ้งขึงลวดไว้เป็นสาย…บนนั้นมีลิงห้อยโหนอยู่เพียบ!! ถ้าหน้าตาใหม่สดใสคงไม่เป็นที่นินทา แต่ส่วนมากจะแก่สังขารผุเปื่อย ขอบยางย้วย ผ้าขาดเป็นรูพรุนเหมือนโดนส่องด้วยปืนลูกซอง มีราขึ้นดำเป็นปื้นโชว์ดอกเห็ด แถมตากไว้เย้ยแดดท้าฝนเป็นเดือนๆ ไม่เก็บสักที

ผู้บริหารโรงเรียนคงใคร่ครวญแล้ว มันจะอุจาดตาสร้างชื่อให้โรงเรียนมากไปแล้ว เพราะอยู่ใกล้หน้าโรงเรียนเหลือเกิน ลูกสาวชาวบ้านเดินผ่านมาผ่านไปมองเห็นเข้าหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก (ไม่รู้จะเดินมาทำไมรู้ทั้งรู้ว่ามีแต่ผู้ชาย…หากมีธุระจำเป็นต้องเดินผ่านจริงๆ เมื่อเห็นภาพบาดตาจรุงใจควรหลับตาเสีย ไม่ใช่ร้องวุ๊ย! แต่เบิ่งตาไม่กระพริบ) จะปิดหอก็ไม่มีเงินสร้างใหม่ งั้นปิดประตูรั้วซะเลย ให้ไปใช้ประตูข้างแทน ประหยัดงบประมาณกว่ากันเยอะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry